วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555

อุปนิสัย 7 ประการของแมวที่คุณควรทราบ



ทำไมแมวชอบร้องเหมียวๆ
แมวจะทำเสียง นี้ เมื่อรู้สึกพอใจหรือไม่พอใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เค้าเริ่มรู้จักที่จะสร้างเสียงแบบนี้ ตั้งแต่เป็นลูกแมว ซึ่งจะส่งเสียงนี้ในยามที่ต้องการความอบอุ่นจากแม่แมว และเวลาที่หิวนม ซึ่งเป็นกลไกที่เกิดจากสมองสั่งการ ให้เกิดเสียงร้องจากการสั่นของกล้ามเนื้อช่องคอนั่นเอง แมวมักจะทำเสียงนี้ในขณะหลับซึ่งคล้ายๆ กับเสียงกรน ครั้งต่อไปหาคุณได้ยินเสียงนี้อีกคุณลองถามเค้าสิว่า เค้าต้องการอะไร
ทำไมแมวจึงรักที่จะนอน
"แมวขี้ เซา" เป็นคำที่ใช้เรียกแมวที่รักการนอนเป็นชีวิตจิตใจ พวกเค้าจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนหลับอย่างน้อย 17 ชั่วโมงาต่อวัน ซึ่งเป็น ลักษณะที่ถ่ายทอดมาจากแมวป่า ที่มักจะไม่ชอบออกล่าเหยื่อ หรือหาอาหารสักเอยู่ร้ท่าไหร่ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าแมวชอบที่จะนอนมากกว่า เจ้าแมวนอนหวดเอ๋ย
ทำไมแมวจึงชอบที่จะข่วนเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน
พฤติกรรม การข่วนของแมวนั้น เกิดจากเหตุผลหลายอย่าง ประเด็นแรกนั้นการข่วนเป็นการฝนเล็บให้สวยงาม และแมวก็มีความสุขที่ได้ทำเช่นนั้น อีกทั้งพฤติกรรมนี้ยังเป็นการสร้างอาณาเขตของตัวเอง เพื่อป้องกันผู้บุกรุก
แมว มักจะข่วนเป็นแนวตรงกับเสาหรือต้นไม้ ดังนั้น เราจึงควรจัดเตรียมที่ไว้ให้เป็นสัดส่วน สำหรับการฝนเล็บของแมว โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายไปที่อื่น ถ้าย้ายไปละฮึ่ม....จะข่วนไม่ให้เหลือ....

ทำไมแมวจึงชอบคลอเคลียที่ขาของเรา
แมว มีต่อมกลิ่นทั่วร่างกายเช่น ริมฝีปาก, สีข้าง, หน้าผาก, หาง เป็นต้น กลิ่นจะกระจายติดตามร่างกายของผู้ที่แมวเข้าไปคลอเคลีย การแสดงอาการเช่นนี้ของแมวบ่งถึงความต้องการที่จะแสดงความเป็นเจ้าของคุณ หากแมวแสดงพฤติกรรมเช่นนี้กับคุณแล้ว จงภูมิใจได้ว่าเค้ารักคุณ
ทำไมแมวจึงต้องใช้ถาดทรายแมว
เพราะ แมวมักจะถ่ายบนถาดทรายเสมอ ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ดี โดยเป็นสัญชาติญาณในการดำรงชีวิตในป่า เนื่องจากในป่า แมวจะมีพฤติกรรมหลบซ่อนศัตรูที่ไม่ให้ใครพบเห็น ถือเป็นพฤติกรรมที่ถ่ายทอดกันมาอย่าง
ยาวนาน นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมแมวจึงต้องการถาดทรายไว้หลบซ่อนของเสีย อันเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมนี้

ทำไมแมวจึงชอบเลียขน
การเลีย สามารถกำจัดเศษขนที่หลุดล่วงและสิ่งสกปรกต่างๆ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้มีการเจริญใหม่ของชั้นผิวหนังและขน ยิ่งกว่านั้นน้ำลายของแมวยังช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายของเค้าด้วย ลูกแมวจะรู้จักการเลียขนตั้งแต่แรกเกิดโดยมีแม่แมวเป็นผู้จัดการสอนเลียขน ให้
"คุณควรตระหนักเสมอว่าแมวมีวิวัฒนาการธรรมชาติมาจากสัตว์ป่า ซึ่งอุปนิสัยเหล่านั้นยังคงอยู่ในร่างกายและจิตใจของแมวจวบจน ทุกวันนี้ คุณจึงควรให้ความรักและเข้าใจแมวของคุณ ร้องเรียกเหมียว... เหมียว... เดี๋ยวก็มา"

Credit : diaryand.exteen.com

MANEKI NEKO [มาเนะคิเนโคะ]

 
แมวกวัก มาเนะคิเนโคะ
มาเนะคิเนโคะ หรือ มาเนะกิ เนะโกะ คือชื่อของแมวกวัก ตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า มาเนะคิเนโคะ จะนำความสุข โชคลาภ ทรัพย์สินเงินทองมาให้ จึงมีการนำตุ๊กตาแมวในรูปแบบต่างๆ มาตั้งไว้ในบ้าน ในร้านค้า จะทำให้การค้าขายดี ร่ำรวย
จากหลักฐาน ที่ค้นพบมีการปรากฏขึ้นครั้งแรก ของแมวกวัก ในตอนปลายสมัยเอโดะ (ปี 1603-1867) โดยค้นพบได้ จากหลักฐานที่เป็นเอกสาร ที่มีการตีพิมพ์ ในหนังสือพิมพ์ในปี 1870 (ยุคเมจิ) ซึ่งระบุว่า มีการแจกแมวกวัก ในศาลเจ้าแห่งหนึ่งใน โอซากา และมีการลงโฆษณา เกี่ยวกับแมวกวัก ในหนังสือพิมพ์ในปี 1902 ด้วย
จริงๆ แล้วท่าแมวกวักอาจมาจาก ท่าของแมวที่กำลังทำความสะอาด ใบหน้า ก่อนฝนตก แมวจะทำความสะอาดใบหน้า เพราะมันรู้สึกกระวนกระวาย เมื่ออากาศเปลี่ยน จึงใช้เท้าป้าย ไปตามหน้าตาของมัน ในประเทศจีน จึงมีสำนวนที่ว่า...เมื่อแมวล้างหน้า ฝนจะตก
หรือถ้าเป็นความเชื่อของชาวญี่ปุ่น ก็มีการแปลความหมาย ใกล้เคียงกันคือ ถ้าเห็นแมวทำความสะอาดหน้า หมายความว่ากำลังจะมีแขกมาหา จึงมีความเชื่อ ต่อไปว่าถ้าเห็นแมวทำความสะอาดหน้าเมื่อไร จะมีลูกค้าเข้าร้าน นี่อาจเป็นต้นกำเนิดของ มาเนะคิเนโคะ

มีการเล่าขาน ของตำนานการเกิดขึ้นของแมวกวักอยู่ 3 เรื่องดังนี้
The Temple Cat : มี Lord ผู้มั่งคั่งได้หลบฝนตกฟ้าคะนองอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้วัด Gotoku-ji ซึ่งชำรุดทรุดโทรม ในขณะที่หลบอยู่นั้น ก็เห็นแมว ของพระในวัด กวักเรียกเชื้อเชิญให้เข้าไปในวัด ในขณะที่ท่าน Lord เข้าไปในวัด ฟ้าก็ผ่าลงมาที่ต้นไม้ ท่าน รอดตาย และสำนึกในบุญคุณ จึงช่วยบูรณะวัดให้กลับมางดงามดังเดิม จนกระทั่ง เมื่อแมวตายก็ได้สร้าง Maneki Neko ขึ้นด้วยความเคารพ
The Courtesan : มีโสเภณีชั้นสูงนางหนึ่งชื่อ Usugumo อาศัยอยู่ใน Yoshiwara ได้เก็บแมวมาเลี้ยง ด้วยความรัก และทะนุถนอมเป็นอย่างดี คืนหนึ่ง แมวดึงกิโมโนของเธอ แต่เธอก็ไม่ได้ว่าอะไร แมวก็ยังทำเหมือนเดิมจนเจ้าของสำนักเห็นเข้า ก็เชื่อว่าแมว เป็นแม่มดจึงตัดหัวแมวทิ้ง หัวแมวกระเด็นไปบนเพดาน และฆ่างูที่ซ่อนอยู่บนเพดานตาย Usugumo เศร้าโศกเสียใจ กับการตายของแมว จนมีลูกค้าท่านหนึ่ง ได้แกะสลักไม้ให้เหมือนแมว ของเธอ เพื่อเป็นของขวัญ ซึ่งก็กลายมา Maneki Neko ในปัจจุบัน
The Old Woman : มีหญิงแก่อาศัยอยู่ใน Imado ถูกบังคับให้ขายแมว เพื่อเลี้ยงปากท้องเนื่องจากความจน แล้วแมว ก็มาเข้าฝันบอกให้หญิงแก่ ปั้นรูปแมวด้วยดินเหนียว แล้วขาย ซึ่งปั้นเท่าไรก็ขายหมด จนหญิงแก่มีฐานะร่ำรวย
มาเนะคิเนโคะ มี 2 แบบ คือ แบบยกขาข้างซ้าย และยกขาข้างขวา ตามความเชื่อมีอยู่ว่า ถ้ายกขาข้างซ้าย จะเรียกลูกค้า ถ้ายกขาข้างขวา จะเรียกเงิน ให้ไหลมาเทมาและนำโชคลาภมาให้ มีความเชื่อหลายอย่างที่เกี่ยวกับการกวักมือของแมว บางตำนานเชื่อกันว่า ยิ่งมือข้างที่แมวกวักยาวมากเท่าไร ก็จะนำโชคลาภมาให้มากเท่านั้น

สีก็มีความสำคัญ กับการแบ่งประเภทของแมวกวักด้วย ซึ่งสีของแมวกวัก แต่ละสีก็จะมีความหมายแตกต่างกันไป
1. Tricolor ตัวแมวเป็นสีขาว และมีจุดดำอยู่บนพื้น สีส้ม ซึ่งเป็นสีแห่งโชคลาภ และเป็นที่นิยมมากที่สุด ในญี่ปุ่นตอนนี้ ความเชื่อ และความนิยมที่เกิดขึ้น กับสีแบบนี้มีความเกี่ยวข้องกับสายพันธุ์แมว ที่เรียกว่า Japanese Bobtail cat (แมวหางกุดที่เป็นสายพันธุ์โบราณของญี่ปุ่น) ที่ค่อนข้างหายาก
2. สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์ และเป็นสีที่ได้รับความนิยม รองลงมาจาก แมวกวักสามสี
3. สีดำ มีความหมาย เกี่ยวกับสุขภาพดี และขับไล่สิ่งชั่วร้าย เป็นที่นิยมสำหรับผู้หญิง เนื่องจากมีความเชื่อว่า จะสามารถขับไล่ผู้ที่ไม่ประสงค์ดีหรือเหล่ามิจฉาชีพที่สะกดรอยตามมา
4. สีแดง เป็นสีแห่งความคุ้มครอง ซึ่ง สามารถป้องกันปีศาจร้าย และความเจ็บป่วย
5. สีทอง เป็นสีที่แสดงถึง ความมั่งคั่งร่ำรวย
6. สีชมพู ซึ่งไม่ได้มีมาแต่ดั้งเดิม แต่ค่อนข้างเป็นที่นิยมในปัจจุบัน และเป็นสีที่ ให้โชคเกี่ยวกับความรัก
7. สีม่วง เป็นสีที่ให้ พลังแห่งศิลปะ
8. สีเขียว จะนำพาความ สำเร็จในเรื่องของการศึกษา การตกแต่งแมวกวัก ด้วยผ้ากันเปื้อน ปลอกคอ และกระดิ่ง สำหรับปลอกคอมีความเกี่ยวข้อง กับการรัดปลอกคอ และห้อย กระดิ่งให้แมวที่ถูกเลี้ยงอยู่ใน บ้านของพวกคหบดีที่มั่งมีในสมัยเอโดะ
...
เรื่องราวของแมวกวัก  ก็จบลงไปแบบย่อเพราะถ้าจะให้เขียนละเอียดจริงๆ  คงต้องไปถึงประเทศญี่ปุ่นกันละครับ  แต่เท่านี้ก็สามารถที่จะเอาความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้กับวิถีของเราได้บ้าง...
Credit : fwmail.teenee.com

Tommaso [ทอมมาโซ]

เศรษฐีใหม่ที่มาจากข้างถนน  ตอนนี้ได้กลายเป็นเศรษฐีด้วยมรดกเกือบ 500 ล้านบาท


ไม่ได้เป็นใครมาจากไหนหรอกครับ  เจ้า “ทอมมาโซ”  ก็คือแมวสาวเลือดอิตาลีที่ถูกเก็บมาเลี้ยงจากข้างถนน 
โดยนางมาเรีย  อัสซุนต้าหม้ายมหาเศรษฐีที่ได้แต่งงานกับมหาเศรษฐีที่ดินซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้วทำให้นางมีทรัพย์สมบัติมากมาย  และเนื่องจากสุขภาพและอายุของเธอ  ทำให้เธอได้ทำพินัยกรรมมอบมรดกทั้งหมดให้แก่แมวที่เธอเก็บมาเลี้ยง  มูลค่ามหาศาลดังกล่าว

ขณะนี้นางมาเรีย  อัสซุนต้า  ได้เสียชีวิตไปแล้วด้วยวัย  94  ปี  ทิ้งมรดกให้กับเจ้า  ทอมมาโซ  โดยมีผู้พิทักษ์ซึ่งไม่ได้ระบุไว้ในข่าว  [อันเนื่องมาจากกลัวการถูกรบกวนจากบุคคลที่ไม่พึงประสงค์] ...
เฮ้อ... ดีใจไปกับโอกาสอันดีของแมวข้างถนนด้วยครับ

เรื่องจากปก KitCat

Charn-Chara-KitCat
[ซ้าย] โกฮัง [ขวา] โมจิ
เพื่อนตัวน้อยที่ทำให้ชีวิตฉันมีความหมายมากขึ้น

ชานชราฉบับนี้... ขอเอาใจคนรักสัตว์เลี้ยงนะครับ  โดยเฉพาะเจ้าเหมียว  เพราะฉบับนี้ตั้งใจจะทำให้คุณผู้อ่านรักและเข้าใจเจ้าเหมียวมากขึ้น  ส่วนท่านที่ยังไม่มีเจ้าเหมียวขอเตือนว่า  หลังจากท่านได้อ่านฉบับนี้  ท่านต้องรีบไปหาเจ้าเหมียวมาอยู่เป็นเพื่อนเป็นแน่แท้
ผู้เขียนได้มีชีวิตผูกพันกับแมวมาตลอดตั้งแต่ยังเด็กๆ  แต่นั่นคือที่บ้านเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไว้เสมอ  ไม่ว่าจะเป็นสุนัข [แม่บอกเอาไว้เฝ้าบ้าน] และแมวเหมียว [มีไว้จับหนู] แต่ล่าสุดนี้บังเอิญได้ลูกเหมียวมาจากเพื่อนคนหนึ่ง  เงื่อนไขของเจ้าของเดิมคือ  ไม่ให้ตัวเดียว  เพราะชีวิตสัตว์เลี้ยงในกรุงเทพฯ นี่  เวลาเจ้านายออกไปทำงาน  เด็กๆเหล่านี้จะเหงา  หดหู่ จึงต้องให้เลี้ยงไว้เป็นคู่กัน
ในที่สุดเราก็มีแมวสองตัว... [ไว้ว่างๆ จะเขียนเรื่องราวของสองตัวนี้ให้อ่าน] ด้วยความใกล้ชิดสนิทสนมในที่สุดเราก็ผลงรักเจ้าเหมียวทั้งคู่นี้เต็มเปา  เลยนำเรื่องราวต่างๆ  ของเจ้าเหมียว  มาฝากผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน
ส่วนเนื้อหาอื่นๆ ในเล่มจะประกอบไปด้วยอะไรก็ฝากติดตามผลงานก็แล้วกันนะครับ... ฉบับนี้เป็นฉบับต้นๆ ผิดพลาดประการใดขอรับไว้เป็นแรงผลักดันให้มีพลังในการขับเคลื่อนสร้างผลงานดีๆ ต่อไป
ขอพลังจงอยู่กับเรา
Blue Gypsy 2012